Tel Line Messenger
โบทูลินั่ม ท็อกซิน

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์

หมอป๊อบ

หมอป๊อบ

19 มกราคม 22

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์

ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากอะไร

ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าเมื่ออายุมากขึ้น ก็จะเริ่มมีริ้วรอยเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย บางคนช้า บางคนเร็วแตกต่างกันออกไป โดยสาเหตุหลักของริ้วรอยเกิดจากร่างกายของคนเรา มีความสามารถในการผลิตอิลาสติน และคอลลาเจนในปริมาณที่น้อยลง ประมาณปีละ 1% จึงส่งผลกระทบต่อผิว ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น และยังส่งผลต่อโครงสร้างของชั้นผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวไม่สามารถอุ้มน้ำได้ดีเหมือนอย่างเคย ความหนาแน่ใต้ชั้นผิวจึงลดลง ดังนั้น ผิวที่เคยอิ่มฟู ชุ่มชื้น และเต่งตึงเมื่ออายุยังน้อย จึงค่อยๆหย่อนคล้อย  และตามมาด้วยปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์

นอกเหนือจากนี้ สาเหตุของริ้วรอย ยังสามารถแบ่งได้ตามประเภทของริ้วรอยอีกด้วย ได้แก่…

 

  1. ริ้วรอยตื้น – สามารถเกิดได้จากอายุที่มากขึ้น สิ่งแวดล้อมรอบตัว รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคน โดยเมื่อผิวหนังชั้นบนขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น และแห้ง ก็มีโอกาสทำให้เกิดริ้วรอยแบบตื้นได้ง่าย

  2. ริ้วรอยลึก – เมื่อเกิดการแสดงอารมณ์บนใบหน้า ก็จะเกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ผิวหนังแท้ และหนังกำพร้าดึงเข้าหากัน จนเกิดเป็นริ้วรอยร่องลึกขึ้นในที่สุด
โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายมากขึ้น ได้แก่…

 

    • แสงแดด รังสียูวีในแสงแดดสามารถทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้จากการที่คอลลาเจนใต้ผิวหนังถูกทำลาย ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น โครงสร้างผิวอ่อนแอ จึงตามมาด้วยปัญหาริ้วรอย
    • บุหรี่ สารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการสูบบุหรี่ จะเข้าไปทำลายโครงสร้างผิวหนัง และทำให้เกิดริ้วรอย อีกทั้งสารนิโคตินและสารเคมีอื่นๆ ในบุหรี่ยังมีส่วนทำให้คอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมสภาพลงอีกด้วย
    • ผิวแห้งจากอายุที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น กรดไฮยาลูรอนในผิวก็จะน้อยลง ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น และเมื่อผิวแห้ง ก็จะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวที่ชุ่มชื้น 
    • พักผ่อนไม่เพียงพอ ช่วงเวลาที่นอนหลับร่างกาย จะทำการซ่อมแซมตัวเองด้วยการดึงสารอาหารมาฟื้นฟูส่วนต่างๆ และผลิตคอลลาเจนขึ้น ดังนั้น หากพักผ่อนไม่เพียงพอหรืออดนอน จึงส่งผลให้ผิวไม่เต่งตึง ขาดความยืดหยุ่น ผิวแห้ง หมองคล้ำ และทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย

ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยคืออะไร

โบท็อกริ้วรอย หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) คือ สารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานลดลงแบบชั่วคราว ดังนั้น เมื่อฉีดโบท็อกลดริ้วรอยในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสม จึงทำให้ริ้วรอยต่างๆดูจางลง ไม่ว่าจะเป็นรอยตีนกา ริ้วรอยใต้ตา หรือรอยย่นบริเวณหน้าผาก นอกเหนือจากนี้โบท็อกริ้วรอยยังช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิวหนังส่วนอื่นๆได้อีกด้วย โดยโบท็อกริ้วรอยจะแสดงผลลัพธ์ยาวนานประมาณ 3-6 เดือนขึ้นอยู่กับยี่ห้อ การดูแลตัวเองของแต่ละคน และการแสดงออกทางสีหน้า หากคุณมีการแสดงอารมณ์และสีหน้าบ่อยครั้ง ริ้วรอยก็จะกลับมาเร็วขึ้นนั่นเอง

ทำไมควรฉีดโบท็อกซ์ป้องกันริ้วรอย

หากคุณฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือก่อนที่จะเกิดริ้วรอยขึ้น เมื่อถึงช่วงอายุที่ผิวพรรณเริ่มเสื่อมสภาพ คอลลาเจนหดหาย โบท็อกริ้วรอยจะช่วยทำให้ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึกต่างๆ จากการแสดงอารมณ์ทางใบหน้า เกิดช้าลงกว่าคนที่ไม่ได้ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยป้องกันไว้ก่อนตั้งแต่แรก 

 

ฉะนั้น การฉีดโบท็อกริ้วรอยเพื่อป้องกันไว้ก่อน ก็ส่งผลดีมากกว่ารอให้เกิดปัญหามากๆ แล้วค่อยมาแก้ ซึ่งจะทำได้ยากกว่าและมีค่าใช้จ่ายมากกว่า เพราะตอนที่อายุยังน้อยผิวพรรณของคุณยังเกิดปัญหาริ้วรอยไม่มากนัก ทำให้จำนวนยูนิตที่ใช้น้อยลงไปตามสัดส่วนของปัญหา แต่หากปล่อยไว้ให้ริ้วรอยต่างๆ กลายเป็นร่องลึก ปริมาณยูนิตที่ใช้ก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย และอาจจำเป็นต้องฉีดหลายบริเวณมากขึ้นอีกด้วย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นนั่นเอง นอกเหนือจากนี้ ตอนอายุน้อย คอลลาเจน และอิลาสตินยังแน่นและผลิตใหม่ตลอดเวลา ทำให้การฉีดโบท็อกลดริ้วรอย สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนและดีกว่า เมื่อเทียบกับผิวของคนที่มีอายุ 30 ขึ้นไป

 

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยฉีดจุดไหนได้บ้าง

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์
  1. หน้าผาก – บริเวณหน้าผากจะมีรอยย่น ที่เกิดจากการยักคิ้ว การขมวดคิ้ว เกิดเป็นเส้นรอยย่นที่ชัดเจน
  2. รอบดวงตา และบริเวณตีนกา – ปัญหากวนใจของใครหลายๆ คน เพราะเป็นส่วนที่บอบบางอีกทั้งคนเรามักจะยิ้มและหัวเราะอยู่เป็นประจำ ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย
  3. ระหว่างคิ้ว – บริเวณนี้เกิดริ้วรอยได้ง่ายมาก ซึ่งรอยย่นระหว่างคิ้วทำให้ใบหน้าดูแก่ ไม่สดใส ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้า ข้อควรระวังคือไม่ควรฉีดโบท็อกซ์มากเกินไป เพราะจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติได้

 

โบท็อกซ์ลดริ้วรอยอยู่ได้นานไหม

หากเป็นการฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่ใช้ และการดูแลตัวเองของคนไข้ด้วย

 

ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยเจ็บไหม

ก่อนฉีดโบท็อกลดริ้วรอยจะมีการทายาชา หรือประคบน้ำแข็งทุกครั้ง จึงมั่นใจได้ว่า ไม่เจ็บ และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ Ve’anna Clinic คุณหมอป๊อบให้การดูแลอย่างใกล้ชิด จึงช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายตลอดการรักษา ที่สำคัญคุณหมอมือเบามากๆ และยังใช้เทคนิคพิเศษในการฉีด จึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

ยี่ห้อโบท็อกซ์ลดริ้วรอยที่คุณหมอป๊อปแนะนำ

โบท็อกริ้วรอยแต่ละยี่ห้อก็จะมีคุณสมบัติ และความเหมาะสมที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาต่างๆ บนใบหน้าที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงระยะเวลาของการคงอยู่หรือการแสดงผลก็จะไม่เท่ากัน

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์

โดยยี่ห้อโบท็อกซ์ที่หมอป๊อบแนะนำว่าเหมาะสำหรับลดเลือนริ้วรอยโดยเฉพาะ คือ โบท็อกซ์ยี่ห้อ Allergan ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะมีงานวิจัยรองรับมากมาย และยังให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน พร้อมแสดงผลลัพธ์ยาวนานอีกด้วย แต่สำหรับคนไข้ที่มีงบประมาณจำกัด หรือ งบประมาณไม่มากนัก ก็สามารถเลือกใช้โบท็อกซ์จากประเทศเกาหลีทดแทนได้ เพราะสามารถลดเลือนริ้วรอยได้ดีเช่นกัน และยังมีราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย แต่ข้อจำกัด คือ ระยะเวลาในการแสดงผลจะสั้นกว่า Allergan จึงจำเป็นต้องฉีดบ่อยกว่า โดยอาจจะต้องฉีดทุกๆสามถึงสี่เดือน ทั้งนี้การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยอย่างถูกวิธี ก็สามารถช่วยยืดระยะเวลาการแสดงผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ให้ยาวนานขึ้นได้

 

สำหรับโบท็อกซ์จากประเทศเกาหลี ก็มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ได้แก่…

Hugel Botulax โบท็อกซ์เกาหลี นิยมใช้ในคลินิกชั้นนำ เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว และแสดงผลยาวนาน เหมาะสำหรับใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อมัดใหญ่

Neuronox โบท็อกซ์เกาหลี ที่มีสายโมเลกุลโปรตีนใกล้เคียงกับโบท็อกซ์อเมริกามากที่สุด จึงให้ผลลัพธ์หลังการฉีดใกล้เคียงกัน การออกฤทธิ์รวดเร็วแต่ก็หมดฤทธิ์ไวเช่นกัน โดยเน้นเรื่องความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก มีราคาที่ค่อนข้างถูก จึงสามารถจับต้องได้ง่าย

AESTOX โบท็อกซ์เกาหลี โบท็อกซ์ตัวใหม่ล่าสุดที่พึ่งผ่านการรับรองจาก อย. ไทยได้เพียงไม่นาน ฉีดแล้วมีความเป็นธรรมชาติสูง หน้าดูไม่ตึงแข็ง 

NABOTA โบท็อกซ์เกาหลี จุดเด่นคือเห็นผลรวดเร็วมาก และมีความบริสุทธิ์ของ Botulinum Toxin Type A มากถึง 98.7%  และยังเป็นแบรนด์เดียวของเกาหลีที่ได้รับ USFDA อย.ในอเมริกาอีกด้วย

อันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้มาตรฐาน

  1. โมเลกุลของโบท็อกแท้ จะมีจำนวนใหญ่มากพอที่จะทำให้เมื่อฉีดตัวยาไปแล้ว จะอยู่เฉพาะบริเวณที่ผู้ฉีดต้องการ และไม่กระจายไปยังส่วนอื่นๆที่ไม่ต้องการ ซึ่งหากโมโลกุลของโบท็อกซ์กระจายไปถึงส่วนอื่นที่เราไม่ต้องการแล้ว อาจจะส่งผลเสียตามมา เช่น หากฤทธิ์ของโบท็อกซ์ ส่งผลไปถึงกล้ามเนื้อตา จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นเป็นอัมพาต และตามมาด้วยปัญหาหนังตาตกได้ หรือ หากโบท็อกกระจายไปที่กล้ามเนื้อบริเวณปาก ก็จะทำให้ปากเบี้ยวชั่วคราวได้เช่นกัน
  2. โบท็อกปลอมมีความบริสุทธิ์น้อยกว่าโบท็อกซ์ของแท้ โดยความไม่บริสุทธิ์จะส่งผลให้ฤทธิ์ยาหมดเร็วกว่าปกติ หรือ อาจจะถึงขึ้นไม่เห็นผลและดื้อยาแบบถาวรตลอดชีวิตก็เป็นไปได้ 

การเตรียมตัวก่อนการทำโบท็อกซ์ลดริ้วรอย

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์
    • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ โดยการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์
    • เลือกฉีดโบท็อกแท้เท่านั้น และก่อนฉีดควรให้แพทย์ผสมโบท็อกต่อหน้าทุกครั้ง
    • ตรวจเช็กร่างกายตนเองก่อนว่ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ได้ทานยาเป็นประจำ และไม่มีโรคประจำตัว ถ้ามีต้องปรึกษาแพทย์ก่อน 
    • ควรจะหยุดทานอาหารเสริมประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา โสม หรือสมุนไพรที่ทำให้ร่างกายร้อน ประมาณ 2-3 วันก่อนฉีด 
    • ห้ามกินยาแก้อักเสบหรือแอสไพรินก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์ 
    • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตรไม่ควรฉีดเด็ดขาด

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย 

    • หลังฉีดโบท็อกลดริ้วรอยควรงดนอนราบ 3 ชม. และงดการก้มหัวลงต่ำกว่าระดับหัวใจ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่หน้าเยอะขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โบท็อกย่อยสลายไวขึ้น
    • ควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง โดยเฉพาะใน 48 ชม.หลังฉีด เช่น เข้าซาวน่า, ออกกำลังกายหนักๆ, ตากแดด, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด
    • หากมีคอร์สทำหน้า นวดหน้า หรือคอร์สเลเซอร์ที่ต้องทำเป็นประจำ ควรงดไป 2 อาทิตย์ จึงจะทำต่อได้
    • ถ้าเกิดอาการบวมแดงหลังฉีด สามารถใช้น้ำแข็งประคบเพื่อเมื่อบรรเทาอาการลงได้ ซึ่งอาการบวมแดงนี้ไม่เป็นอันตราย และสามารถหายเองได้ภายใน 1-2 วัน
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
    • งดสูบบุหรี่

ราคาโบท็อกซ์ลดริ้วรอยที่ Ve’anna Clinic 

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ราคา 4,900 บาท/ครั้ง โดยสามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ Ve’anna Clinic ก่อนทำได้ฟรี! 

ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยที่ไหนดี? Ve’anna Clinic มีคำตอบ

สำหรับการฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และต้องทำโดยตรงกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อีกทั้งควรเลือกคลินิกที่มีข้อมูลให้ศึกษาก่อน สามารถดูภาพก่อนรักษา-หลังรักษาได้ และเมื่อถึงเวลาฉีดต้องสามารถตรวจสอบได้ว่าโบท็อกซ์ที่ใช้ เป็นของแท้หรือไม่ แพทย์แกะกล่อง ผสมน้ำเกลือ ดูดยาให้ดูต่อหน้า และสามารถขอกล่องมาตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้จริง

 

ที่ Ve’anna Clinic เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำ และปรึกษาปัญหาของริ้วรอยก่อนที่จะฉีดฟรี โดยทางคลินิกจะเลือกใช้เฉพาะโบท็อกซ์ของแท้ที่ผ่าน อย. แล้วเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับคนไข้ทุกคน อีกทั้งคุณหมอออกแบบการฉีดแบบเคสต่อเคส และยังเชี่ยวชาญในการคำนวนปริมาณยา และฉีดในบริเวณที่เหมาะสม จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ หน้าไม่ตึง ไม่แข็ง และสามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญคุณหมอมือเบามาก ไม่เจ็บ และไม่มีผลข้างเคียงหลังฉีด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีการติดตามผลหลังทำ และแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์อย่างละเอียดเพื่อให้คงผลลัพธ์ไว้ได้นานที่สุดอีกด้วย

 

สนใจสอบถามข้อมูล หรือขอดูภาพรีวิวเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Ve’anna Clinic ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Facebook, Instagram และ LINE OA หรือโทร. 064-696-9693

รีวิว โบท็อกซ์ลดริ้วรอยที่ Ve’anna Clinic

แชร์บทความนี้

Ve’anna Clinic

115/7 ซอยรัชดา 32 (เข้าซอยรัชดา 36 แยก 19-1) ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

knowledge_botox