Tel Line Messenger
หลุมสิว

รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 

หมอป๊อบ

หมอป๊อบ

10 มีนาคม 22

รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 

วันนี้ Ve’anna Clinic จะขอพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับปัญหารอยหลุมสิวกันให้มากขึ้น ให้หายสงสัยกันไปเลยว่าหน้าเป็นหลุมเกิดจากอะไร และที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับคนเป็นหลุมสิว ก็ต้องเป็นเทคนิคการรักษารอยหลุมสิวใหม่ล่าสุด และกำลังฮอตสุดๆในตอนนี้อย่าง “Venus Viva MD” เลเซอร์หลุมสิวประสิทธิภาพเยี่ยม รับรองมาตรฐานแล้วจาก USFDA และที่สำคัญ เลือกรักษาที่ Ve’anna Clinic หมอป๊อบดูแลเองทุกเคส จึงมั่นใจได้ว่าเห็นผลชัดเจนและปลอดภัยแน่นอน

 

อย่ารอช้ามาทำความรู้จักกับรอยหลุมสิวและ Venus Viva MD ให้มากขึ้นกันเลย  ใครที่กำลังมีปัญหารอยหลุมสิวอยู่พลาดไม่ได้เลยนะคะ

หลุมสิวคืออะไร?

หลุมสิวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็มักจะสร้างความหนักอกหนักใจให้กับคนไข้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะหลุมสิวเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่ไม่สามารถปล่อยไว้ให้หายเองได้ตามธรรมชาติ จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีเท่านั้น จึงจะตื้นขึ้นและเลือนหายไป นอกเหนือจากนี้ ยังยากที่จะแต่งหน้าเพื่อปกปิดเหมือนปัญหาผิวแบบอื่นๆอีกด้วย 

 

หลุมสิวคือผิวที่มีการยุบตัวลงไป จึงไม่เรียบเนียนเท่ากับผิวรอบๆ ซึ่งเมื่อมองด้วยตาเปล่า จะเห็นผิวมีลักษณะที่ขรุขระคล้ายกับเป็นหลุมหรือเป็นแอ่งลึกลงไป โดยหลุมสิวมีหลายขนาด ทั้งเล็กและใหญ่ ลึกบ้างตื้นบ้าง ขึ้นอยู่กับประเภทของหลุมสิวนั้นๆ และในหนึ่งนริเวณสามารถมีหลุมสิวหลายประเภทผสมกันอยู่ได้

 

หลุมสิวเกิดจากอะไร

หลุมสิวเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากร่างกายพยายามรักษาบาดแผลหรือการอักเสบที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าทุกการบาดเจ็บหรือการอักเสบจะทำให้เกิดหลุมสิวเสมอไป จะต้องขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยร่วมด้วย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ข้อหลักๆ ได้แก่…

 

1. พฤติกรรมเมื่อเกิดสิว

เมื่อมีสิวขึ้นบนใบหน้า หลายคนมักจะอดใจไม่ไหวที่จะบีบ แคะ แกะ หรือเกา และพฤติกรรมเหล่านี้นี่แหละที่ทำร้ายผิวจนอาจตามมาด้วยปัญหาหลุมสิว นอกเหนือจากนี้ การปล่อยให้สิวขึ้นเป็นเวลานาน โดยไม่รักษาอย่างถูกวิธี ก็มักจะทำให้เกิดการอักเสบ เป็นหนองเป็นโพรงขึ้น จึงทำให้คอลลาเจนใต้ผิวน้อยลง ในบางกรณีอาจจะเกิดพังผืดขึ้นทดแทนด้วย ดังนั้น หากเจอกับปัญหาสิว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และรีบรักษาโดยเร็วจะเป็นทางออกดีที่สุด

 

2. ประเภทของสิว

ลักษณะของสิวที่มีโอกาสจะก่อให้เกิดปัญหาหลุมสิวตามมาได้สูง มีอยู่ 2 แบบด้วยกัน ได้แก่…

รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 

-สิวหัวช้าง : สิวเม็ดใหญ่ที่มีหนองผสมกับเลือดอยู่ภายใน มีลักษณะเป็นตุ่มบวม สามารถทดสอบง่ายๆ ด้วยการกดลงไป หากเป็นสิวหัวช้าง จะมีเม็ดไตแข็งๆอยู่ภายใน ซึ่งสิวประเภทนี้เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันใต้ผิว จึงรักษาได้ยากและมีโอกาสเกิดปัญหาหลุมสิวตามมาสูง

 

-สิวอักเสบ : สิวที่มีหนอง ซึ่งจะเข้าไปทำลายผิวหนังและคอลลาเจนภายใน ร่างกายจึงพยายามรักษาแผล ทำให้เกิดเป็นพังผืดดึงรั้งผิวด้านบนจนยุบตัวกลายเป็นหลุมเป็นแอ่ง

 

3. ชั้นผิวหนังที่เกิดปัญหา

หากปัญหาต่างๆเกิดที่ผิวหนังชั้นบน เมื่อรักษาหายจะไม่ทิ้งร่องรอยไว้ แต่หากเกิดที่ผิวชั้นลึกลงไปถึงผิวชั้นใน ก็จะมีโอกาสเกิดเป็นหลุมสิวหลังรักษาหาย เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นใต้ชั้นผิว

วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว

1. ลดการเกิดสิว

– เนื่องจากหลุมสิว มักเกิดตามมาหลังการเกิดสิว ดังนั้น เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหารอยหลุมสิว จึงต้องเริ่มจากการดูแลผิวให้เกิดสิวน้อยที่สุด

– งดรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด และของมัน เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของไขมันใต้ผิวหนัง

– ทาครีมบำรุงผิว และมอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นเป็นประจำทุกวัน

– ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน โดยเลือก SPF ให้เหมาะสมกับกิจกรรม หากต้องออกกลางแจ้งหรือเผชิญกับแดดจัดเป็นเวลานาน แนะนำให้เลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูง และทาซ้ำทุกๆ 3-4 ชั่วโมง

– ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวันที่ต้องแต่งหน้า หรือ เจอกับมลภาวะต่างๆ ควรใช้คลีนซิ่งหรือโทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าร่วมด้วย เพื่อลดโอกาสที่สิ่งสกปรกจะตกค้าง และเกิดเป็นปัญหาสิวตามมา

 

2. รักษาสิวอย่างถูกวิธี 

– หากเป็นสิวอุดตัน ให้รีบรักษาอย่างรวดเร็ว โดยหมั่นรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ และทายารักษาสิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการลุกลามจากสิวอุดตันไปเป็นสิวอักเสบในอนาคต 

– ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบ หรือ สิวหัวช้าง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นทางออกดีที่สุด ไม่แนะนำให้รักษาด้วยตัวเอง

– งดการบีบ แคะ แกะ หรือเกาขณะเป็นสิว เพราะเป็นการทำร้ายผิว และยังส่งผลให้สิวอักเสบยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

หลุมสิวมีทั้งหมดกี่แบบ

หลุมสิวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ โดยแต่ละประเภทก็จะมีสาเหตุ ลักษณะ ระดับความรุนแรง และวิธีการรักษารอยหลุมสิวที่แตกต่างกันออกไป

รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 
  • Rolling scar

Rolling Scar เป็นหลุมสิวที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด จึงรักษาได้ง่ายที่สุด ลักษณะหลุมที่สามารถสังเกตได้ คือ ผิวบริเวณนั้นจะยุบตัวลงไปเป็นวงกว้างคล้ายกับแอ่งโค้งตื้น แต่ไม่สามารถระบุขอบเขตของปากหลุมที่ชัดเจนได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะกว้างมากกว่า 4-5 มิลลิเมตร โดยรอยหลุมสิวประเภทนี้สามารถทดสอบด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพียงดึงผิวด้านข้าง จะพบว่าผิวที่เคยเป็นหลุมจะดูเรียบเนียนขึ้นเท่ากับบริเวณรอบๆ แต่หากปล่อยมือจะเห็นเป็นรอยหลุมสิวเช่นเดิม

 

นอกเหนือจากนีั Rolling Scar ยังเป็นหลุมสิวที่แตกต่างจากหลุมสิวประเภทอื่นๆ เนื่องจากผิวหนังแท้ไม่ได้หายไป แต่มีพังผืดดึงรั้งผิวไว้จากด้านล่าง จึงทำให้ผิวมีลักษณะเป็นหลุมเป็นแอ่งนั่นเอง 

 

วิธีรอยรักษาหลุมสิวแบบบ Rolling Scar 

– รักษาแบบถาวร : ทำ Subcision เลาะพังผืด, ศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว และยิง Laser กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว 

– รักษาแบบชั่วคราว : ฉีด Filler เติมเต็มหลุมสิว

 

  • BoxCar scar

Boxcar Scar เป็นรอยหลุมสิวที่มีระดับความรุนแรงมากกว่า Rolling Scar แต่ก็ยังจัดว่าเป็นหลุมสิวที่มีความรุนแรงเพียงระดับกลางเท่านั้น โดยหลุมสิวประเภทนี้จะเกิดจากการที่ผิวชั้นหนังแท้บางส่วนหายไป จึงทำให้ความหนาของผิวไม่เท่ากับบริเวณอื่นๆ ลักษณะเด่นของรอยหลุมสิวประเภทนี้ คือ หลุมจะมีลักษณะคล้ายกับกล่อง ซึ่งมีความกว้างและความลึกเท่าหรือใกล้เคียงกันมาก ปากหลุมจะกว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร สามารถมองเห็นขอบเขตของปากหลุมสิวได้อย่างชัดเจน พบได้บ่อยบริเวณแก้มและขมับ

 

วิธีการรักษารอยหลุมสิวแบบ Boxcar Scar 

– รักษาแบบถาวร : ยิง Laser กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว, ศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว

– รักษาแบบชั่วคราว : ฉีด Filler เติมเต็มหลุมสิว

 

  • Ice Pick Scar 

Ice Pick Scar คือ ประเภทของหลุมสิวที่มีระดับความรุนแรงสูงสุด และรักษาได้ยากที่สุด โดยลักษณะหลุมจะคล้ายกับกรวย ปากหลุมเล็กและแคบมาก ขนาดน้อยกว่า 2 มิลลิเมตร แต่มีก้นหลุมที่ลึกถึงหนังกำพร้า มีปลายแหลม พบได้บ่อยครั้งบริเวณแก้ม โดยสามารถแบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่…

  1. รอยแผลตื้น (Shallow Scar) มีความลึกประมาณ 0.1-0.5 มิลลิเมตร
  2. รอยแผลลึก (Deep Scar) มีความลึกประมาณ 0.5 มิลลิเมตร

 

วิธีรักษารอยหลุมสิวแบบบ Ice Pick scar   

สำหรับรอยหลุมสิวประเภทนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนจะดีที่สุด เนื่องจากบางครั้งจะต้องใช้เทคนิคมากกว่า 1 แบบผสมผสานกัน เพื่อได้ให้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

รักษารอยหลุมสิวอย่างไรได้บ้าง

  • รักษารอยหลุมสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

การรักษารอยหลุมสิวด้วยวิธีการทางธรรมชาติ มักจะเป็นทางเลือกแรกๆสำหรับหลายคน เพราะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่หยิบจับผัก ผลไม้ และสมุนไพรใกล้ตัวที่มีส่วนประกอบสำคัญอย่างกรด AHA ก็สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น โดยสมุนไพรไทยที่นิยมใช้ได้แก่….

– มะละกอ : มี Enzyme Papain และChymopapain จึงช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่า และสามารถช่วยกระตุ้นการสมานแผลได้อย่างดี

– ว่านหางจระเข้ : ช่วยกระชับรูขุมขน ลดการอักเสบของผิว และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่

– ใบบัวบก : มีสาร Glucosides ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูผิว

 

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ

  1. ทำให้ผิวระคายเคืองน้อยกว่าวิธีอื่นๆ
  2. สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน
  3. ค่าใช้จ่ายในการรักษาต่ำ

 

ข้อเสียของการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ

  1. เห็นผลการรักษาค่อนข้างช้า หรือแทบไม่ผลการเปลี่ยนแปลงเลย
  2. ไม่สามารถรักษาหลุมสิวบางประเภทได้
  • รักษารอยหลุมสิวด้วยเลเซอร์

การรักษารอยหลุมสิวด้วยเลเซอร์ หรือ Laser Resurfacing จะช่วยให้รอยหลุมสิวตื้นขึ้น ด้วยการผสมผสาน 2 เทคนิค คือ การทำให้เซลล์ผิวเก่าชั้นบนผลัด/ลอกออก และการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวซึ่งการทำ Laser Resurfacing สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ได้แก่…

รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 
  1. Ablative Laser : เลเซอร์ปรับผิวให้เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ด้วยการทำให้ผิวชั้นบนลอกออก เพื่อให้ผิวเกิดการฟื้นฟู จนทำให้รอยหลุมสิวตื้นขึ้น แต่เลเซอร์แบบนี้ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นค่อนข้างนาน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากหลังทำจะมีสะเก็ด และรอยแดง นอกเหนือจากนี้ ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงอย่างรอยดำ และฝ้ากระตามมาหลังทำอีกด้วย ดังนั้น หากใครจะเลือกรักษาด้วยวิธีนี้ จำเป็นที่จะต้องดูแลตัวเองอย่างดี
  2. Non-Ablative Laser : เลเซอร์ที่เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว แต่จะไม่ทำให้เกิดการลอก หรือ ผลัดเซลล์ผิวด้านบนออก ดังนั้นจึงไม่มีแผล และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ในทางกลับกัน เลเซอร์ประเภทนี้ก็ไม่สามารถรักษาหลุมสิวให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้
  3. Fractional Laser : เลเซอร์ประเภทนี้ได้รับความนิยมมากกว่า Ablative Laser และNon-Ablative Laser เพราะสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว และช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเฉพาะบริเวณได้อย่างดี จึงส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน หลุมสิวเติมเต็มมากยิ่งขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียง และยังไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนานเท่ากับวิธีอื่นอีกด้วย

ข้อดีของการรักษาด้วยเลเซอร์

  1. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
  2. เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  3. ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส
  4. เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัด
  5. สามารถรักษาหลุมสิวได้หลากหลายประเภท

ข้อเสียของการรักษาด้วยเลเซอร์

  1. จำเป็นต้องดูแลตัวเองหลังทำอย่างดี
  2. ผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น ดังนั้น หลังทำจำเป็นต้องทาครีมแดด และหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัดประมาณ 1-2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
  3. มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงหลังทำ เช่น รอยดำ ฝ้ากระ
  4. จำเป็นต้องดูแลรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  5. จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง
รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 
  • รักษารอยหลุมสิวด้วยคลื่นวิทยุ

เทคนิคการรักษารอยหลุมสิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ เป็นเทคโนโลที่พัฒนาต่อจากเลเซอร์ โดยมีความโดดเด่นในเรื่องพลังงานที่จะไม่จับกับเม็ดสี จึงสามารถใช้ได้กับคนไข้ทุกเพศทุกวัยทุกสีผิว และยังทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยอีกด้วย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่…

Fractional RF – ใช้พลังงานคลื่นวิทยุในการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว โดยจะส่งพลังงานแบบแผ่กว้างคล้ายพีระมิด จึงสามารถส่งพลังงานลงไปในชั้นผิวได้ลึกมากขึ้น

Fractional RF Microneedle – ใช้หลักการทำงานคล้ายกับ Fractional RF แต่จะมีปล่อยพลังงานผ่านปลายเข็ม จึงทำให้ลงไปได้ลึกกว่า Fraction RF ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า และยังลดโอกาสเกิดรอยดำหลังทำอีกด้วย

 

ข้อดีของการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ

  1. สามารถรักษาได้ทุกเพศทุกวัยทุกสีผิว
  2. พลังงานไม่จับกับเม็ดสี จึงเกิดผลข้างเคียงน้อย
  3. พลังงานลงไปในผิวชั้นลึก จึงแสดงประสิทธิภาพได้ดี
  4. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
  5. ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน
  6. เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  7. สามารถรักษาหลุมสิวได้หลายประเภท

 

ข้อเสียของการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ

  1. ต้องดูแลรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  2. จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดหลังทำ
  3. ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประสิทธิภาพที่ดี
รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 
  • รักษารอยหลุมสิวด้วยการฉีดฟิลเลอร์

สำหรับคนที่อยากได้ผลลัพธ์รวดเร็วทันใจ หรือ ไม่มีเวลาพักฟื้น การรักษารอยหลุมสิวด้วยฟิลเลอร์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับคุณ 

การฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว คือ การเติมเต็มหลุมสิวด้วยฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) ซึ่งการรักษาวิธีนี้ต้องอาศัยความชำนาญและเชี่ยวชาญของแพทย์สูงมาก ทั้งการคำนวณปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้อย่างเหมาะสม ชั้นผิวที่ฉีด และเทคนิคการฉีด เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำเป็นไปตามที่คนไข้ต้องการ นอกเหนือจากนี้ ควรเลือกคลินิกที่เชื่อถือได้และสามารถตรวจสอบได้ว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ในการรักษาเป็นฟิลเลอร์แท้ 100%

 

ข้อดีของการรักษาด้วยฟิลเลอร์

  1. เห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันทีหลังทำ
  2. ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
  3. ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

 

ข้อเสียของการรักษาด้วยฟิลเลอร์

  1. ให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อฟิลเลอร์หมดฤทธิ์หรือสลายไป ก็จะสามารถมองเห็นหลุมสิวได้เหมือนเดิม
  2. มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องฉีดเติมเมื่อฟิลเลอร์สลายไป
  3. จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 
  • รักษารอยหลุมสิวด้วยการผ่าตัด

การศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว เป็นเทคนิคการรักษาที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกันนัก แต่การรักษาวิธีนี้ได้ผลดีมากๆ กับหลุมสิวประเภท Ice Pick Scar และ Boxcar Scar ซึ่งมีขนาดขอบเขตไม่เกิน 3 มิลลิเมตร สามารถแบ่งย่อยออกเป็น 4 แบบด้วยกัน ได้แก่…

  1. Punch Excision คือ เทคนิคการผ่าตัดเอารอยหลุมสิวออก แล้วเย็บแผลให้ติดกัน
    เหมาะสำหรับรอยหลุมสิว : Boxcar Scar และ Ice Pick Scar
  2. Punch Elevation คือ เทคนิคการผ่าตัดรอยหลุมสิว ด้วยการยกผิวบริเวณหลุมสิวขึ้นจนมีระดับเท่ากับผิวโดยรอบ แล้วจึงเย็บให้ติดกัน
    เหมาะสำหรับรอยหลุมสิว : Boxcar Scar 
  3. Punch Grafting คือ เทคนิคการใช้เนื้อบริเวณอื่นๆ มาปิดรอยหลุมสิว แล้วจึงเย็บปิด และรอให้เนื้อเยื่อเติบโตขึ้นจนเต็ม
    เหมาะสำหรับรอยหลุมสิว : Boxcar Scar และ Ice Pick Scar
  4. Elliptical Excision คือ เทคนิคการเย็บปิดหลุมสิวให้แนบสนิท โดยจะผ่าตัดกรีดหลุมสิวเป็นวงรี และเย็บติดกัน
    เหมาะสำหรับรอยหลุมสิว : Boxcar Scar และ Ice Pick Scar

 

ข้อดีของการรักษาด้วยการผ่าตัดหลุมสิว

  1. เห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันทีหลังทำ
  2. ทำเพียงครั้งเดียวก็ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำหลายรอบเหมือนวิธีอื่น
  3. ค่าใช้จ่ายไม่สูง
  4. สามารถรักษาหลุมสิว Boxcar Scar และIce Pick Scar ที่รักษายากได้อย่างดี

 

ข้อเสียของการรักษาด้วยการผ่าตัดหลุมสิว

  1. ใช้เวลาในการพักฟื้นค่อนข้างนาน
  2. ไม่เหมาะกับหลุมสิวที่มีความกว้างของขอบมากกว่า 3 มิลลิเมตร
  3. เจ็บมาก เมื่อเทียบกับการรักษาวิธีอื่น
  4. จำเป็นต้องดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  5. มีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นตามมาหลังทำ
  6. ไม่เหมาะกับคนที่กลัวการผ่าตัด
รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 

รักษารอยหลุมสิวด้วยเทคนิค Venus Viva MD

Venus Viva เป็นเทคโนโลยีการรักษารอยหลุมสิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากแสดงประสิทธิภาพในการรักษารอยหลุมสิวได้อย่างดี ที่สำคัญมีความปลอดภัยสูงมาก เพราะผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา หรือ USFDA 

 

และที่ Ve’anna Clinic เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดใหักับคนไข้เสมอ เราจึงเลือกใช้เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Venus Viva MD ในการรักษารอยหลุมสิวและดูแลผิว เพราะเครื่องรุ่นนี้มีประสิทธิภาพเยี่ยม และเหนือกว่าเครื่องรุ่นเก่า(Venus Viva)ในหลายๆด้าน

 

ส่งพลังงานเข้าชั้นผิวได้แม่นยำ – Venus Viva MD ใช้เทคโนโลยี Smart Scan ร่วมด้วย ซึ่งจะทำการสุ่มพลังงานเข้าสู่ทุกเข็ม เพื่อให้ทุกส่วนของผิวหนังได้พลังงานเท่ากัน จึงไม่เกิดการทับซ้อนของพลังงานกัน ส่งผลให้เจ็บน้อยกว่า และเกิดการผิวไหม้ได้ยากมากหรือแทบไม่เกิดขึ้นเลย ต่างจากหัวแบบอื่นๆ ซึ่งส่งพลังงานเข้าสู่ผิวแบบรวดเดียว ผ่านทุกเข็มพร้อมๆกัน ส่งผลให้บริเวณขอบของหัว พลังงานจะไม่ถึงที่ควรเป็น

หัวแบบใหม่ 80 pins – สามารถรักษาหลุมสิวที่ลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องรุ่นเก่าจะไม่สามารถใช้หัวแบบนี้ได้

เจ็บน้อยและใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า ระหว่างการรักษาหลุมสิวด้วย Venus Viva MD จะรู้สึกเจ็บน้อยมาก หรือ บางคนอาจจะไม่รู้สึกเจ็บเลยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและสภาพผิวด้วย นอกเหนือจากนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการพักฟื้นของ Venus Viva MD ก็น้อยมากเพียง 2-3 วันเท่านั้น ในขณะที่เครื่องรุ่นเก่าต้องใช้เวลาพักฟื้นมากถึง 7 วัน

การทำงานของ Venus Viva MD

รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 
รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 

Venus Viva MD รวบรวมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง Nano Fractional RF ซึ่งมีหัวเข็มขนาดเล็กแต่ให้พลังงานที่สูง และ Smart Scan ที่ช่วยควบคุมพลังงานอย่างแม่นยำไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดย Venus Viva MD จะส่งพลังงานผ่าน pin ขนาดเล็ก ทั้งแบบ 160 pins (62 mJ/pin) และ 80 pins (124 mJ/pin) จึงช่วยรักษาปัญหาหลุมสิวชั้นลึกได้ดี โดยบาดแผลที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเล็กระดับไมครอน (3,000 ไมครอน) จึงทำให้ระยะการพักฟื้นเกิดขึ้น ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งลดการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ

 

โดย Venus Viva MD  จะส่งพลังงานความร้อนสูงสุดถึง 1,000 จังหวะ และลึกถึง 500 ไมครอนเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ จึงทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิว พร้อมช่วยให้เนื้อเยื่อใต้ผิวจัดเรียงตัวใหม่อย่างแข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งพื้นที่ในการรักษาจะมีขนาดที่เล็กมาก จึงทำให้รู้สึกเจ็บน้อยระหว่างทำ และใช้เวลาพักฟื้นเพียงไม่นาน

ข้อดีของการรักษาด้วย Venus Viva MD

  1. สามารถใช้รักษาได้ทุกสภาพและสีผิว
  2. ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว
  3. รักษาได้อย่างแม่นยำ ลดโอกาสการเกิดผิวอักเสบ
  4. แผลเล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นไม่นาน
  5. เห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

 

ระยะเวลาในการรักษา

– การรักษาด้วย Venus Viva MD จะใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีต่อครั้งเท่านั้น โดยแนะนำให้รักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง(เดือนละ 1 ครั้ง) เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความรุนแรงของปัญหา และวิจารณญาณของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย

– หลังการรักษาจะเกิดรอยแดงเล็กน้อย และทิ้งสะเก็ดบางๆไว้ แต่จะลอกหลุดออกไปเอง 

– ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 2-3 วัน

 

ปัญหาผิวที่สามารถรักษาได้ด้วย Venus Viva MD

  1. รักษาหลุมสิว และรอยแผลเป็นจากสิวให้ตื้นขึ้น
  2. ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยให้จางลง
  3. กระชับรูขุมขนให้มีขนาดเล็กลง
  4. ฟื้นฟูและปรับสภาพผิวให้จ่างใส เรียบเนียน และมีสีผิวที่สม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น
  5. ยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึง และดูเด็กอีกครั้ง

 

การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์หลุมสิว

– ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอทุกวัน และหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

– งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

– หากมีสิวก่อนทำการรักษา แนะนำให้หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ และเกา

 

ข้อควรระวังหลังทำเลเซอร์หลุมสิว

– ไม่ควรแคะ แกะหรือเกาบริเวณที่มีสะเก็ด

– สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ หลังการรักษาประมาณ 24 ชั่วโมง

– ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์

– หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าอย่างรุนแรง หรือทำกิจกรรมที่ทำให้ผิวระคายเคือง เช่น การสครับ ขัด หรือ ถูก 

– ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน

-ทามอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างสม่ำเสมอ

– งดการทาครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน A, C และ AHA

– ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

– พักผ่อนอย่างเพียงพอ

 

การรักษาด้วย Venus Viva MD กี่ครั้งถึงจะเห็นผล

แนะนำให้รักษาประมาณ 3-5 ครั้งและห่างกันประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย โดยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการรักษา

รีวิวการรักษารอยหลุมสิวด้วย Venus Viva MD ที่ Ve’anna Clinic

รูปรีวิวก่อนและหลังรักษาหลุมสิวทั้งหมดมาจากเคสจริง ลูกค้าจริงดูแล ไม่มีการตกแต่งภาพใดๆ

รักษารอยหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียนด้วย เครื่องเลเซอร์ Venus Viva MD 

สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการรักษาหลุมสิวที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ควรพลาด Venus Viva MD เทคโนโลยีรักษาหลุมสิวที่ Ve’anna Clinic เลยนะคะ เพราะนอกจากจะสามารถรักษาหลุมสิวได้จริง และมีประสิทธิภาพเยี่ยมแล้ว ที่ Ve’anna Clinic หมอป๊อบและทีมแพทย์ยังพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกๆขั้นตอนค่ะ เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบการยิง และการปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละเคสอย่างแท้จริง จึงมั่นใจได้ว่าปัญหาหลุมสิวของคุณหายชัวร์ ขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจจองคิวได้ที่ Facebook, Instagram และ LINE OA หรือโทร. 064-696-9693

แชร์บทความนี้

Ve’anna Clinic

115/7 ซอยรัชดา 32 (เข้าซอยรัชดา 36 แยก 19-1) ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900