Tel Line Messenger
เสริมจมูก

เสริมจมูก

หมอป๊อบ

หมอป๊อบ

18 มกราคม 22

เสริมจมูก

เสริมจมูก ให้เป๊ะ ปัง! ที่ Ve’anna Clinic

 

  • การเสริมจมูกคืออะไร?

การเสริมจมูกนับเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมายาวนาน อีกทั้งจมูกยังเป็นอวัยวะอันดับแรกๆ ที่คนส่วนใหญ่เลือกทำศัลยกรรมอีกด้วย 

การเสริมจมูก (Rhinoplasty) คือ การผ่าตัดตกแต่งจมูก ซึ่งเน้นแก้ไขปัญหา และปรับแต่งรูปทรงจมูกให้เหมาะกับโครงหน้า พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้แต่ละคนมากที่สุด โดยปัญหาที่พบเจอได้บ่อยครั้ง ได้แก่ จมูกเล็ก ดั้งแบน เชิด จมูกทรงชมพู่ และจมูกสั้น เป็นต้น ดังนั้น การเสริมจมูกแต่ละครั้ง จึงต้องเลือกใช้เทคนิคและวัสดุที่แตกต่างกันออกไป

  • ซิลิโคนเสริมจมูกมีกี่แบบ?

ปัจจุบันมีวัสดุเพื่อเสริมจมูกให้เลือกมากมาย โดยสามารถเลือกใช้ให้ตรงกับปัญหา ความเหมาะสมของรูปทรง และการวินิจฉัยของแพทย์ รวมไปถึงความชอบส่วนตัวของคนไข้แต่ละคนอีกด้วย

    • ซิลิโคนเสริมจมูก (Implant grade) มีความบริสุทธิ์สูง สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต เป็นซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ เนื้อซิลิโคนจะเนียนละเอียด มีสีขาว นิ่มปานกลาง คุณภาพดี และมีความปลอดภัยสูง มีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูป และแบบเหลาเอง
  1. ซิลิโคนเสริมจมูกแบบสำเร็จรูป จะได้รูปทรงที่แน่นอน มีโอกาสที่จะเบี้ยว หรือเอียงน้อย แต่ในทางกลับกัน แพทย์ก็จะสามารถปรับแต่งรูปทรงได้เพียงเล็กน้อยเช่นกัน ดังนั้น ซิลิโคนเสริมจมูกแบบสำเร็จรูป จึงอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน
    • ซิลิโคนแมนทิส (Mantis Silicone) นิยมเรียกว่า ซิลิโคนทรงตั๊กแตน เป็นซิลิโคนสำเร็จรูปที่เป็น Implant Grade ออกแบบให้มีปีกทั้งสองข้างสำหรับครอบสันจมูกไว้ ช่วยลดปัญหาจมูกเบี้ยว เอียง ทะลุ มีขอบแกนบาง และปรับแต่งรูปทรงได้ง่าย เหมาะกับการเสริมจมูกทรงธรรมชาติ
    • ซิลิโคนบาร์บี้ (Barbie Silicone) หรือเสริมจมูกทรงบาร์บี้ มีสันค่อนข้างกว้าง สโลป แต่ไม่โด่งมาก เหมาะสำหรับคนที่มีโครงสร้างจมูกดีอยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มความโด่งขึ้นเล็กน้อย 
    • ซิลิโคนบราว (Brown Silicone) รูปทรงคล้ายกับทรงแมนทิสผสมทรงบาร์บี้ คือ โด่งคล้ายแมนทิส แต่สันจมูกสโลปคล้ายบาร์บี้ เนื้อซิลิโคนมีสีออกน้ำตาล จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อยหรือผิวบาง เพราะเมื่อแสงตกกระทบจะไม่เห็นซิลิโคนสะท้อนแสงชัดเจน
    • ซิลิโคนซินเดอเรลล่า (Cinderella Silicone) หรือเสริมจมูกทรงเจ้าหญิง มีรูปทรงคล้ายทรงบาร์บี้ แต่เนื้อฐานซิลิโคนตรงสันจมูกจะค่อนข้างหนา เหมาะสำหรับคนที่มีโครงสร้างจมูกค่อนข้างแบนราบ

 

2. ซิลิโคนเสริมจมูกแบบเหลาเอง แพทย์จะต้องนำมาเหลาขึ้นรูปเอง ทำให้สามารถปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละเคสได้ง่าย แต่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่า และจะต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้จมูกเบี้ยวได้ สามารถแบ่งออกได้ 4 ชนิด ได้แก่ แข็ง (Hard) แข็งปานกลาง (Medium) นุ่ม (Soft) และนุ่มมาก (Ultra Soft)

    • e-PTFE Gortex วัสดุที่ใช้ในทางการแพทย์ มีลักษณะเป็นรูพรุน ทำให้เนื้อเยื่อร่างกายสามารถงอกแทรกไปตามรูพรุนจนดูเป็นเนื้อเดียวกันกับร่างกาย โดยปัจจุบันถูกพัฒนานำมาใช้เป็นวัสดุทำจมูก และเสริมหน้าผาก เพื่อให้เนื้อเยื่อแทรกเข้าไปในวัสดุนี้ ดูเป็นเนื้อเดียวกันกับร่างกาย ซึ่งจะดูเป็นเสริมจมูกธรรมชาติ จมูกไม่เป็นเงา ไม่มีร่อง และไม่รัดแกน แต่จะมีความซับซ้อน และความยากระหว่างทำศัลยกรรม อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่มีราคาแพงอีกด้วย
    • เนื้อเยื่อเทียม (Acellular dermal matrix) วัสดุที่ใช้ในการเสริมปลายจมูก และสันจมูก เหมาะสมสำหรับเคสที่ไม่ต้องการที่จะใช้กระดูกอ่อนของตนเอง โดยเนื้อเยื่อเทียมสามารถประยุกต์ใช้ในการรองปลาย แทนกระดูกอ่อนหรือซิลิโคนให้ปลายจมูกดูเป็นธรรมชาติ เนื้อเยื่อเทียมมีความปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำ
    • กระดูกอ่อนหลังหู กระดูกอ่อนซี่โครง กระดูกอ่อนในโพรงจมูก กระดูกแข็งเยื่อหุ้ม หรือกล้ามเนื้อ (fascia) จากบริเวณต่างๆ รวมถึงการใช้ไขมัน และผิวหนังติดไขมัน (dermal fat graft) ของคนไข้เอง เป็นต้น

 

  • ทรงเสริมจมูกยอดฮิต

เสริมจมูก
  1. เสริมจมูกทรงธรรมชาติ
  2. เสริมจมูกทรงเกาหลี
  3. เสริมจมูกทรงเจ้าหญิง
  4. เสริมจมูกทรงบาร์บี้
  5. เสริมจมูกทรงหยดน้ำ
  • เสริมจมูกกระดูกหลังหูคืออะไร? 

เสริมจมูกกระดูกหลังหู เป็นการใช้วัสดุที่มีความปลอดภัยสูง เสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ได้น้อยเพราะมาจากร่างกายของคนไข้เอง แต่มีราคาที่สูงกว่าการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน โดยกระดูกที่ใช้ คือ กระดูกอ่อนที่อยู่บริเวณหลังหูส่วนแอ่งของใบหู (Concha) มีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร ซึ่งแพทย์จะนำไปเย็บติดกับปลายซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูก เพื่อช่วยรองปลายจมูก ป้องกันการทะลุ และช่วยเพิ่มความยาวของปลายจมูก หรือ อาจนำมาใช้เสริมจมูกบางส่วนบริเวณสันจมูก เหมาะสำหรับคนไข้ที่ไม่ต้องการเสริมด้วยซิลิโคน และต้องการเสริมในปริมาณไม่มาก ไม่เน้นโด่ง

เสริมจมูก
  • เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหูกับเนื้อเยื่อเทียม แตกต่างกันอย่างไร? 

เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู 

การเสริมจมูกแบบนี้ จำเป็นจะต้องมีการผ่าตัดสองบริเวณ คือ การผ่าตัดบริเวณจมูก และการผ่าตัดบริเวณใบหู โดยการผ่าตัดบริเวณใบหูจะเป็นเพียงการผ่าตัดขนาดเล็ก เพื่อนำกระดูกอ่อนบริเวณแอ่นโค้งของใบหูออกมาเล็กน้อย จึงไม่ส่งผลหรือทำให้รูปร่างของใบหูผิดแปลกไปจากเดิม ซึ่งแผลจะซ่อนอยู่บริเวณรอยพับหลังใบหู จึงทำให้มองเห็นได้ยาก หลังจากนั้นจะทำการผ่าตัดเสริมจมูก และนำกระดูกอ่อนหลังใบหูมาปรับแต่งให้พอดี เพื่อใช้ประกอบเข้ากับซิลิโคน จนได้รูปทรงจมูกที่สวยงามตามความต้องการของคนไข้

 

เสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม

การเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียมจะแตกต่างจากการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เพราะจะมีการผ่าตัดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือ ผ่าตัดเพื่อเสริมจมูก ทำให้คนไข้เจ็บตัวน้อยกว่า โดยวัสดุที่ใช้ คือ วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นสำหรับใช้เสริมปลายจมูก และกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ เหมาะจะใช้ในเคสที่คนไข้มีผิวค่อนข้างบางหรือเนื้อจมูกน้อย ช่วยป้องกันผิวหนังทะลุได้ดี แต่มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองวัสดุนี้คือ กระดูกอ่อนหลังหูเป็นวัสดุจากตัวเราเอง จึงมีโอกาสแพ้น้อยมาก และดูเป็นธรรมชาติ ส่วนเนื้อเยื่อเทียมเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่สังเคราะห์ขึ้นใช้ทดแทนกระดูกอ่อนหลังหู มีงานวิจัยรองรับมากมาย จึงมีโอกาสแพ้น้อย และมีความปลอดภัยสูงไม่แพ้กัน

เสริมจมูก
  • เทคนิคพิเศษ เย็บจมูกแบบอินเตอร์โดม

เทคนิคการเย็บกระดูกอ่อนส่วนปลายจมูกเข้าหากัน ทำให้ปลายจมูกยกขึ้น ช่วยให้ปลายจมูกดูเล็กลง ช่วยปรับมิติใบหน้า และยังเป็นฐานเสริมซิลิโคนปลายหยดน้ำได้ เหมาะกับคนที่มีปลายจมูกชมพู่ หรือปลายจมูกใหญ่ ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาด อาจส่งผลให้รูจมูกไม่เท่ากัน  หรือทำให้ปลายจมูกบิดเบี้ยวได้

เสริมจมูก

ขั้นตอนการเย็บอินเตอร์โดม

  • เปิดแผลทั้งสองข้าง เพื่อที่สามารถเห็นตัวกระดูกอ่อนส่วนปลาย

  • เย็บตัวกระดูกอ่อนส่วนปลายจมูก ทั้งสองข้างเข้าหากัน

  • เสริมซิลิโคนวางด้านบน จะทำให้ตัวปลายจมูกยกขึ้น รวมถึงปลายจมูกเล็กลง

 

เย็บอินเตอร์โดมกับตัดปีกจมูก เหมือนกันไหม?

ทั้งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน  โดยการเย็บอินเตอร์โดมจะทำให้จมูกของเราดู พุ่ง เชิด และเป็นทรงมากขึ้น ส่วนการตัดปีกจมูก คือการตัดส่วนเกินของปีกจมูกออก ให้ปลายจมูกดูเล็ก และแคบลง จึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาจมูกบาน

 

  • ใครบ้างที่เหมาะกับการเย็บจมูกแบบอินเตอร์โดม
    • คนที่ปลายจมูกกว้าง จมูกใหญ่ จมูกบาน จมูกชมพู่
    • คนที่ปลายจมูกไม่สมดุลกับสันจมูก
    • คนที่อยากเสริมปลายจมูกให้เชิดขึ้น หรือเป็นทรงหยดน้ำ
    • คนที่เคยเสริมจมูกมาแล้วมีปัญหาปลายจมูกบาง หรือเสี่ยงซิลิโคนทะลุ

 

  • จมูกสั้นเนื้อน้อย เสริมแล้วทะลุมั้ย? 

หากเป็นเมื่อก่อนคนที่มีเนื้อจมูกน้อย หรือจมูกสั้น อาจจะมีความเสี่ยงที่เสริมจมูกแล้ว มีโอกาสทะลุได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ โดยสามารถเช็กจมูกตัวเองได้ง่ายๆ เพียงแค่ลองดึงเนื้อจมูกบริเวณสันขึ้นมา ถ้าดึงแล้วเนื้อยืดขึ้นมาได้เยอะ แสดงว่าเป็นคนเนื้อจมูกเยอะ แต่ถ้าดึงแล้ว เนื้อยืดขึ้นมาได้น้อย หรือ ดึงออกมาไม่ได้เลย แสดงว่าเป็นคนเนื้อจมูกน้อย 

โดยในปัจจุบัน ความกังวลกับปัญหาเหล่านี้ก็ลดน้อยลงมาก เพราะมีเทคนิคใหม่ๆ มากมายที่จะช่วยให้คนที่มีจมูกสั้นและเนื้อจมูกน้อย สามารถเสริมจมูกให้โด่งสวยได้ เหมือนกับคนที่มีจมูกทรงอื่นโดยไม่ต้องกลัวการทะลุ

    • การเสริมจมูกแบบปิด และใช้กระดูกอ่อนหลังหู

เป็นการใช้กระดูกหลังหูเสริมเข้าไปพร้อมกับซิลิโคน เพื่อช่วยเพิ่มความโด่งและช่วยรองปลายจมูกให้แข็งแรงขึ้น โดยคุณหมอจะตัดเอากระดูกอ่อนชิ้นเล็กๆ บริเวณหลังใบหูออกมาใช้ เทคนิคนี้จะทำให้ได้ปลายจมูกที่พุ่งสวย ปลอดภัย และไม่เสี่ยงทะลุ

 

    • การเสริมจมูกแบบเปิด และใช้วัสดุรองปลาย

สำหรับเคสที่ต้องแก้ไขโครงสร้างจมูกและเสริมซิลิโคน คุณหมอก็จะเลือกใช้การเสริมจมูกแบบเปิด หรือแบบ Open โดยการผ่าตัดเปิดตรงฐานจมูก เพื่อให้เห็นโครงสร้างกระดูกภายในของจมูก จากนั้นจึงใส่ซิลิโคนที่มีขนาดตามความเหมาะสม และปรับแก้ปลายจมูกใหม่โดยอาจจะใช้กระดูกอ่อนหลังหู กระดูกซี่โครง กระดูกผนังกั้นจมูก หรือวัสดุอื่นๆ มาเป็นตัวช่วย วิธีนี้จะทำให้ได้ปลายจมูกที่ยาว พุ่งสวยมากขึ้น และยังเหมาะกับเคสเนื้อจมูกน้อยทุกเคสอีกด้วย

 

    • การยืดผนังกั้นจมูก

การยืดผนังกั้นจมูก หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า SEG (Septal Extension Graft) เป็นหนึ่งในเทคนิคการเสริมจมูกแบบเปิดเพื่อปรับแก้โครงสร้าง โดยผนังกั้นจมูกก็คือกระดูกอ่อนที่แบ่งรูจมูกของเราออกเป็น 2 ข้าง ซึ่งสามารถนำกระดูกอ่อนในส่วนอื่นๆ เช่น กระดูกอ่อนหลังหู ซี่โครง หรือผนังกั้นจมูกด้านใน มาเย็บเสริมเพื่อยืดผนังกั้นจมูกเดิม และทำให้ปลายจมูกดูยาวขึ้นได้ เทคนิคนี้เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเสริมซิลิโคนทั้งแท่ง และอยากเสริมเฉพาะปลายจมูกให้พุ่งขึ้นเท่านั้น

 

    • การเย็บอินเตอร์โดม

Interdomal suture หรือ การเย็บอินเตอร์โดม คือการเย็บกระดูกอ่อนปลายจมูกทั้งสองข้างเข้าหากัน เพื่อให้ปลายจมูกที่บานออกนั้นดูเรียวพุ่งขึ้น เทคนิคนี้เหมาะมากกับคนที่มีปลายจมูกบาน ใหญ่ หรือปลายจมูกชมพู่ ซึ่งในกรณีที่มีเนื้อจมูกน้อยด้วย คุณหมอก็มักจะใช้กระดูกอ่อนหรือวัสดุสังเคราะห์มาเสริมที่ปลายร่วมด้วย อีกทั้งการเย็บอินเตอร์โดมหลังเสริมจมูกยังช่วยยืดช่องว่างระหว่างกระดูกกับผิวหนัง ทำให้ปลายจมูกไม่ตึงเกินไป และช่วยป้องกันไม่ให้ซิลิโคนทะลุออกมาอีกด้วย

เสริมจมูก
  • ทรงแบบไหนเสริมแล้วดูเป็นธรรมชาติ

แต่ละทรงจมูกมีความสวยงาม และความเหมาะสมที่แตกต่างกันตามโครงหน้าของแต่ละคน โดยส่วนใหญ่การออกแบบจมูกให้เหมาะสมกับรูปหน้าจะยึดหลักที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ เพื่อให้ดูเป็นการเสริมจมูกธรรมชาติมากที่สุด ได้แก่…

    • สัดส่วน Golden Ratio 1 : 1 : 0.8-1

คำนวนจากความยาวของหัวคิ้วถึงฐานจมูก = ความยาวไรผมถึงหัวคิ้ว = ความยาวฐานจมูกถึงปลายคาง

    • องศาที่สวยงามและอ่อนหวาน

โดยบริเวณสันจมูก ควรทำมุมกับหน้าผาก 120-140° ถ้ามากเกินหรือสันจมูกสูงมาตั้งแต่หัวคิ้วไม่มีสโลปจะทำให้ดูแข็งทื่อ หรือองศาน้อยเกินสันจมูกจะเตี้ยไม่สวยงาม และให้องศาปลายจมูกกับริมฝีปาก 95-110° เพราะหากน้อยเกินไปจะทำให้จมูกดูงุ้ม หรือมากเกินไปจะทำให้จมูกเชิด

    • ความกว้างของปีกจมูก ไม่ควรเกินหัวตา โดยความสูงของปลายจมูก ควรมีความสูงรับกับส่วนอื่นๆ ของใบหน้า

 

  • การเตรียมตัวก่อนทำจมูก  

    • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยาหรือยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ
    • งดสูบบุหรี่, งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อยก่อนทำศํลยกรรม 1 สัปดาห์
    • งดยาแก้ปวด ลดกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด แต่กรณีที่จำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอลในการบรรเทาอาการปวดเท่านั้น
    • ควรงดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่าง ๆ ทุกชนิด
    • งดของแสลงจำพวกของดอง น้ำอัดลมรวมถึงอาหารทะเล หากสามารถงดได้ล่วงหน้า แนะนำให้งด
    • งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หากต้องดมยาสลบ
    • ทานอาหารเบาๆ ก่อนเวลาผ่าตัดช่วง 4 – 6 ชั่วโมงหากไม่ดมยาสลบ
    • งดแต่งหน้า ล้างหน้าและแคะจมูกให้สะอาด
  • วิธีดูแลหลังทำจมูก 

    • การดูแลตัวเองหลังทำจมูก แนะนำให้รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง โดยหลังการผ่าตัดแพทย์จะสั่งยาลดอาการบวมให้ทานยาจนครบ เพื่อลดอาการบวมและอาการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้น หากมีประวัติแพ้ยาชนิดใด ควรรีบแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

    • หมั่นประคบเย็นในบริเวณข้างแก้ม และหน้าผาก โดยการประคบเย็นจะช่วยให้อาการบวมหลังผ่าตัดดีขึ้น วิธีประคบเย็นที่ถูกต้อง คือวางเจลเย็นหรือผ้าเย็นบริเวณข้างแก้มทั้ง 2 ข้าง และบริเวณหน้าผาก ซึ่งไม่ควรลงน้ำหนักมือมากเกินไปเนื่องจากจะทำให้เกิดอาการช้ำได้ และห้ามกดทับบริเวณจมูกเพราะอาจทำให้ซิลิโคนไม่เข้าที่หรือผิดรูป

    • ใช้สำลีชุบน้ำสะอาด เช็ดทำความสะอาด และงดแต่งหน้าเป็นเวลา 7 วัน โดยช่วง 7 วันแรกหลังการผ่าตัด แนะนำให้ใช้สำลีชุบน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาด อย่าให้แผลโดนน้ำ เพราะอาจทำให้แผลหายช้า ส่วนคนผิวมันอาจจะใช้คลีนซิ่งสำหรับคนผิวมันเช็ดทำความสะอาดเพื่อลดแบคทีเรียบนใบหน้าร่วมด้วยได้

    • ใช้หมอนรองคอ เลี่ยงการนอนราบหรือตะแคง ซึ่งการใช้หมอนรองคอจะช่วยประคองรูปทรงของจมูกไม่ให้บิดเบี้ยวหรือเอียงไปทางใดทางหนึ่ง หากนอนหงายอาจจะทำให้เลือดไหลย้อนไปคั่งบริเวณดวงตาได้ ส่วนการนอนตะแคงอาจทำให้จมูกเสียทรง

    • งดของหมักดอง ไข่ไก่ อาหารทะเล และแอลกอฮอล์เป็นเวลาอย่างต่ำ 1 เดือน หากเป็นไปได้ควรจะต้องงดของหมักดองทุกชนิด รวมไปถึงการงดไข่ไก่ และแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะไม่เช่นนั้น อาจทำให้ติดเชื้อ ทางที่ดีควรเลือกทานอาหารอ่อนๆ ก่อนประมาณ 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือน เพื่อความปลอดภัย

    • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือการทำให้จมูกได้รับการกระทบกระเทือน โดยเฉพาะใน 1 เดือนแรก พยายามเลี่ยงการยกของหนัก และระวังอย่าให้เกิดการกระทบกระเทือน หรือเกิดการกระแทกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้จมูกผิดรูปได้

    • หมั่นเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยคอตตอนบัดหลังตัดไหม อย่างเบามือ และระมัดระวังมากที่สุด

  • การเสริมจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกเป็นอย่างไร?

เทคนิคการเสริมจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูก เพื่อยึดส่วนโคนของซิลิโคนให้อยู่กับที่ และเพื่อให้เนียนเรียบไร้รอยขอบหรือรอยต่อบริเวณช่วงระหว่างหัวตา โดยจะต้องทำการเลาะเยื่อหุ้มกระดูกให้ลอยขึ้น ก่อนจะทำการสอดซิลิโคนเข้าไปข้างใต้ วิธีเสริมจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูก จะเป็นการอาศัยเยื่อหุ้มกระดูก ที่มีลักษณะเป็นเยื่อหุ้มบาง ๆ ยึดติดกับกระดูกเป็นตัวรัดซิลิโคน ทำให้แกนซิลิโคนไม่ขยับไปมา ดูสวยเป็นธรรมชาติ ไม่ทิ้งขอบ ไม่เห็นแท่ง และช่วยลดโอกาสจมูกเบี้ยว จึงนอนตะแคง และใส่แว่นได้เลย

  • ฉีดฟิลเลอร์มาก่อน สามารถทำจมูกได้ไหม?

ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มชนิดหนึ่ง ที่ช่วยเติมเต็มส่วนต่างๆ เพื่อให้ส่วนนั้นแลดูเต็มขึ้น เต่งตึง เอิบอิ่ม และมีน้ำมีนวลขึ้น ซึ่งคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อนสามารถทำจมูกได้ โดยจะต้องขูดเอาฟิลเลอร์เก่าออกให้หมดก่อน จึงจะเสริมใหม่ด้วยซิลิโคนได้ โดยทางคนไข้ควรให้ข้อมูลตามความจริงกับคุณหมอ ดังนี้

เสริมจมูก
  1. ยี่ห้อของฟิลเลอร์ 

หากเป็นฟิลเลอร์ที่ถูกกฏหมาย ผ่าน อย. ไทย มักไม่ค่อยพบปัญหาเพราะมียาที่สามารถฉีดสลายก่อนผ่าตัดเสริมจมูกได้ แต่ในปัจจุบัน มีฟิลเลอร์ปลอมที่นำมาหลอกลวงผู้บริโภค และที่พบบ่อยคือ นำสารที่ผิดกฏหมายมาฉีดแทน เช่น ซิลิโคนเหลว เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้จะไม่สามารถสลายไปเอง บางครั้งมีอาการอักเสบ และบวมแดงร่วมด้วย ซึ่งการรักษาจะยากมาก ต้องผ่าตัดขูดเอาสารซิลิโคนเหลวเหล่านี้ออกก่อน จึงจะเสริมจมูกได้

 

  1. ระยะเวลาที่ฉีด (ฉีดมานานแค่ไหน) 

โดยส่วนใหญ่แล้ว ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานเท่าไรขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปและการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละคน ซึ่งฟิลเลอร์ชนิดที่นิยมนำมาฉีดที่จมูก มักอยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือนจึงจะสลายหมด

 

แต่ถึงอย่างนั้นแนะนำว่าไม่ควรไปฉีดฟิลเลอร์แทนการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เพราะตัวอนุภาคของฟิลเลอร์สามารถเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริเวณจมูกที่มีแขนงเส้นเลือดมากมายเชื่อมต่อกันระหว่างประสาทตา จึงมีความเสี่ยงและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงขึ้นได้ ดังนั้น การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและปลอดภัยมากกว่า

  • จมูกเบี้ยว เอียง เสี่ยงทะลุ แก้ได้! 

การที่จมูกเบี้ยวเอียง อาจเกิดได้จากฐานจมูกเดิมคดเอียงอยู่แล้ว เมื่อวางซิลิโคนเข้าไปแล้วก็จะทำให้ซิลิโคนเอียงตามฐานเดิม หรืออาจเกิดจากกระดูกบริเวณส่วนกลางมีโหนกนูนขึ้นมา เมื่อวางแท่งซิลิโคนเข้าไปแล้ว ทำให้ซิลิโคนเลื่อนไปด้านหลัง และเอียงในที่สุด นอกจากนี้หากแพทย์ที่ไม่ชำนาญมากพอ ก็อาจตกแต่งซิลิโคนที่ยาวเกินพอดี จนทำให้เกิดอาการเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือบางรายอาจจะเกิดปัญหาซิลิโคนทะลุได้

 

หากใครที่ต้องการจะแก้จมูก แนะนำให้ปรึกษากับคลินิกและทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและจมูก เพื่อทำการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ครั้งเดียวจบ ไม่ต้องเจ็บตัวแก้จมูกอีกหลายๆ รอบ ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งเทคนิคการแก้ไขจมูกแบบ Closed และเทคนิคแบบ Open ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ และดุลยพินิจของแพทย์ในแต่ละปัญหาที่ต้องแก้ไข

  • ทำจมูกที่ไหนดี? ทำไมต้อง Ve’anna Clinic

จมูกนับเป็นจุดโดดเด่นบนใบหน้าที่สามารถดึงดูดสายตาของคู่สนทนาได้เสมอ ฉะนั้นหากต้องการที่จะเสริมจมูกแล้ว ก็ควรที่จะเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ  ศัลยแพทย์ที่ชำนาญ และใส่ใจทุกเคสจริงๆ อย่างที่ Ve’anna Clinic เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ด้วยเทคนิคพิเศษอย่างการวางซิลิโคนใต้เยื่อหุ้มกระดูก ช่วยให้ได้ทรงจมูกที่สวย เนียน ไร้รอยต่อ โด่งสวยแบบเป็นธรรมชาติ ซึ่งหมอป๊อปดูแลเองทุกเคส ใส่ใจอย่างละเอียดตั้งแต่การวิเคราะห์โครงหน้าก่อนทำการผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลหลังทำการผ่าตัด อีกทั้งทำจมูกที่ Ve’anna Clinic ยังบวมน้อย ช้ำน้อย พักฟื้นเร็ว แผลเล็ก ปลอดภัย ดูแลทำความสะอาดง่าย เรียกได้ว่าทำจมูก สวยครั้งเดียวจบ

 

สนใจสอบถามข้อมูล หรือขอดูภาพรีวิวเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Ve’anna Clinic ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Facebook, Instagram และ LINE OA หรือโทร. 064-696-9693

  • Review ลูกสาวเสริมจมูกกับหมอป๊อป ที่ Ve’anna Clinic

แชร์บทความนี้

Ve’anna Clinic

115/7 ซอยรัชดา 32 (เข้าซอยรัชดา 36 แยก 19-1) ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900