Tel Line Messenger
HIFU

ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIFU

หมอป๊อบ

หมอป๊อบ

21 มกราคม 22

ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIFU

ไฮฟู่ (HIFU) คืออะไร

ไฮฟู/ไฮฟู่ หรือ HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) คือ นวัตกรรมการยกกระชับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนำเทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงมาใช้ในการรักษา จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพึ่งเข็ม ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ที่สำคัญปลอดภัยสูง และยังเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำอีกด้วย

ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIFU

ไฮฟู่ (HIFU) เหมาะสำหรับ : 

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย 
  • ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง คางสองชั้น
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพึ่งเข็ม
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าแต่มีเวลาน้อย และต้องการผลลัพธ์รวดเร็ว
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวเฉพาะจุด (ใบหน้า/ร่างกาย)
ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIFU

หลักการทำงานของ ไฮฟู่ (HIFU) 

ไฮฟู่ (HIFU) จะส่งคลื่นเสียงอัลตราซาวน์ความเข้มข้นสูงเข้าไปยังชั้นผิว และด้วยความร้อนประมาณ 65-75 องศา จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวและคอลลาเจนขึ้นใหม่ โดยคอลลาเจนมีความสำคัญอย่างมากต่อผิว เพราะเป็นโปรตีนที่ช่วยรองรับโครงสร้างผิว ดังนั้น ยิ่งมีปริมาณมาก ยิ่งส่งผลให้ผิวยกกระชับ ริ้วรอยดูจางลง รูขุมขนเล็กลง ผิวเนียนนุ่มและดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ หลังทำจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีประมาณ 20% และจะแสดงประสิทธิภาพเต็มที่ 100% เมื่อผ่านไปประมาณ 8 สัปดาห์

 

ขั้นตอนการทำไฮฟู่ (HIFU)

  1. ปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมิน วิเคราะห์สภาพผิว และออกแบบการรักษาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละเคสอย่างแท้จริง
  2. เตรียมผิวให้พร้อมก่อนทำไฮฟู่ (HIFU) ด้วยการทำความสะอาด และลบเครื่องสำอางให้หมดจด
  3. ทายาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดขณะทำทรีตเมนต์ โดยทาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
  4. ทาเจลลงบนผิว หลังจากนั้นหมอจะเลือกหัวยิง และค่าพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ เพื่อให้คนไข้ปลอดภัยสูงสุด และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดตามมา โดยจะใช้ไฮฟู่ (HIFU) นวดบนบริเวณที่ต้องการยกกระชับซึ่งระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นๆเล็กน้อยใต้ผิว
  5. ไฮฟู่ (HIFU) ใช้ระยะเวลาในการรักษา เพียง 45-90 นาทีเท่านั้น หลังทำทรีตเมนต์สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆ และใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที

ชนิดของหัวยิงไฮฟู่ (HIFU)

ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIFU
  • Superficial Dermis หัวยิงความลึก 1.5-2.0 mm เหมาะจะใช้กับผิวชั้นบน มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย และร่องลึก
  • Deep Dermis หัวยิงความลึก 3.0 mm เหมาะจะใช้กับผิวชั้นกลาง มีคุณสมบัติในการสลายไขมันส่วนเกิน เซลลูไลท์ และจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อย 
  • SMAS หัวยิงความลึก 4.5 mm เหมาะจะใช้กับผิวชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) มีคุณสมบัติในการยกแก้ม ลดเหนียง และจัดการปัญหาคางสองชั้นได้ดี
ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIFU

บริเวณที่เหมาะกับการทำ

ไฮฟู่ (HIFU) สามารถช่วยยกกระชับได้หลากหลายบริเวณ ขึ้นอยู่กับปัญหา ความต้องการของคนไข้ และการวินิจฉัยของหมอผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแต่ละส่วนจะต้องใช้หัวยิงที่มีระดับความลึกแตกต่างกันออกไป โดยบริเวณที่ได้รับความนิยม สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่…

    • ใบหน้าและลำคอ : ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยและจัดการปัญหาไขมันส่วนเกินในบริเวณต่างๆ เช่น แก้มใหญ่ แก้มย้อย เหนียงยาน หนังตาตก เป็นต้น และยังสามารถเก็บกรอบหน้าให้ชัดเป๊ะมากยิ่งขึ้นได้อย่างดีอีกด้วย 

ตำแหน่งที่แนะนำ : หน้าผาก แก้ม ร่องแก้ม ร่องมุมปาก รอบดวงตา เปลือกตาบน กรอบหน้า เหนียง คอ

    • ร่างกาย : ช่วยลดสัดส่วนให้กระชับมากยิ่งขึ้น สลายไขมันส่วนเกิน เซลลูไลท์ และผิวเปลือกส้มได้อย่างดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดสัดส่วนเฉพาะจุด ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว รวมไปถึงคุณแม่หลังคลอดก็สามารถทำได้เช่นกัน

ตำแหน่งที่แนะนำ : เอว หน้าท้อง สะโพก ต้นแขน ต้นขา

 

ทำ ไฮฟู่ (HIFU) ยกกระชับใบหน้า กี่ช็อตเห็นผล

หลายคนมีข้อสงสัยว่าต้องทำ ไฮฟู่ (HIFU) กี่ช็อตถึงจะเห็นผล ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การยกกระชับด้วย ไฮฟู่ (HIFU) ไม่สามารถกำหนดจำนวนช็อตที่แน่นอนได้ เนื่องจากปัญหาความหย่อนคล้อย สภาพผิว และปริมาณไขมันของคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นจำนวนช็อตจึงต้องแตกต่างกันออกไป และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้เข้ามาปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ

อายุเท่าไรจึงทำ ไฮฟู่ (HIFU) ได้

ผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และมีปัญหาผิวที่หย่อนคล้อย สามารถทำ ไฮฟู่ (HIFU) ได้ โดยไม่เป็นอันตรายและไม่ส่งผลเสียใดๆ ยิ่งเริ่มทำตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะยิ่งสามารถชะลอการเกิดสัญญาณแห่งวัยต่างๆ ในระยะยาวได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ไฮฟู่ (HIFU) อยู่ได้นานไหม อยู่ได้กี่เดือน

ผลลัพธ์หลังทำ ไฮฟู่ (HIFU) จะสร้างความกระชับของใบหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ทำ เนื่องจากมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว เป็นศาสตร์การชะลอวัยแบบหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละคน

ข้อดีของการทำ ไฮฟู่ (HIFU) 

ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIFU
  • ไฮฟู่ (HIFU) เป็นหนึ่งในทางเลือกการยกกระชับ ที่มีข้อดีและโดดเด่นในหลายๆด้าน ได้แก่…
    • แก้ไขปัญหาได้อย่างครอบคลุม : ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย สลายไขมัน ลดริ้วรอยให้จางลง กระชับรูขุมขน แก้ปัญหาหนังตาตก สร้างกรอบหน้าชัด ลดเหนียง จัดการคางสองชั้น
    • เห็นผลลัพธ์ชัดเจน : หลังทำ ไฮฟู่ (HIFU) จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที 20-30% และเมื่อผ่านไปประมาณ 8 สัปดาห์จะเห็นผลลัพธ์เต็มประสิทธิภาพ 100%
    • มีความปลอดภัยสูง : ไม่ทำอันตรายต่อผิวชั้นนอก ไม่ส่งผลเสียต่อสายตา
    • ไม่ต้องพักฟื้น : ไม่มีแผลหลังทำ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้า และทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ
    • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม : สำหรับคนที่กลัวเข็ม กลัวเลือด ไฮฟู่ (HIFU) เป็นทางเลือกการยกกระชับที่เหมาะกับคุณ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้เพียงคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ในการรักษา

ข้อเสียของการทำ ไฮฟู่ (HIFU) 

ก่อนตัดสินใจว่า HIFU ดีไหม นอกจากข้อดีแล้ว ยังต้องรู้ข้อเสีย รวมไปถึงผลข้างเคียงของ HIFU ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

    • หลังทำ ไฮฟู่ (HIFU) จะมีอาการปวดเมื่อย หรือ รู้สึกตึงในบริเวณที่ทำ สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้ โดยอาการเหล่านี้จะดีขึ้นและค่อยๆหายไปเองภายใน 1-2 วัน
    • ในบางคนที่เคยอุดฟันมาก่อน อาจจะมีอาการเสียวฟันในขณะรักษาร่วมด้วย
    • มีอาการหน้าบวม ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้น้อย ไม่มีอันตรายร้ายแรงใดๆ และเมื่อผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะค่อยๆ ยุบลงเองจนอยู่ในสภาพปกติ

ไฮฟู่ (HIFU) เห็นผลทันทีหรือไม่

หลังทำจะเห็นผลทันทีประมาณ 20-30% และจะเห็นผลลัพธ์เต็มประสิทธิภาพ 100% เมื่อผ่านระยะเวลาประมาณ 4 สัปดาห์

การทำ ไฮฟู่ (HIFU) เจ็บไหม

ระหว่างทำ ไฮฟู่ (HIFU) จะรู้สึกปวด ตึง และเจ็บพอประมาณ แต่ยังอยู่ระดับที่ร่างกายรับไหว โดยก่อนทำทรีตเมนต์ จะทายาชา ซึ่งสามารถบรรเทาความเจ็บได้ดีในระดับหนึ่ง 

การเตรียมตัวก่อนทำ ไฮฟู่ (HIFU) 

    • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
    • งดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หรือ ประมาณวันละ 6-8 แก้ว และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่

การดูแลตัวเองหลังทำ ไฮฟู่ (HIFU) 

    • หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัด หรือ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ประมาณ 1-2 สัปดาห์ 
    • ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันแม้อยู่ในที่ร่ม และควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
    • หลังทำ HIFU ห้ามนวด หรือ สัมผัสผิวบริเวณที่ทำไฮฟู่ (HIFU) แรงจนเกินไป เพราะผิวบริเวณดังกล่าว ต้องการการดูแลเป็นพิเศษหลังทำทรีตเมนต์
    • งดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อไม่ให้รบกวนการฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิว
    • บำรุงผิวด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และสามารถทาครีมบำรุงต่างๆที่เคยใช้ได้ตามปกติ 
    • ในกรณีที่อาการปวด หรือ ตึงบริเวณที่ทำไฮฟู่ (HIFU) สามารถรับประทานยาแก้ปวดชนิดต่างๆเพื่อบรรเทาอาการได้ตามความเหมาะสม เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) ไทลินอล (Tylenol) เป็นต้น
    • หลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่อาจส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัย เช่น พักผ่อนน้อย ความเครียด

โบท็อกซ์กับไฮฟู่สามารถทำพร้อมกันได้ไหม

โบท็อกซ์(Botox) กับ ไฮฟู่ (HIFU) มีคุณสมบัติในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน จึงสามารถทำควบคู่กันได้ แต่แนะนำให้ทำ HIFU ก่อนการฉีดโบท็อกซ์ 30 นาที เพื่อไม่ให้ทั้งสองเทคนิครบกวนการทำงานของกันและกัน จนทำให้ประสิทธิภาพลดลง และยังช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาที่เป็นธรรมชาติมากกว่าอีกด้วย 

โบท็อกซ์ (Botox) – แก้ปัญหาริ้วรอย ตีนกากให้จางลง และลดขนาดกรามที่ใหญ่เกินพอดี 

ไฮฟู่ (HIFU) – ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย สลายไขมันส่วนเกิน สร้างกรอบหน้าชัด ลดเหนียง แก้คางสองชั้น

*แนะนำให้ปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดหลังทำ

ทำ ไฮฟู่ (HIFU)  ที่ไหนดี?  Ve’anna Clinic มีคำตอบ

ทำ ไฮฟู่ (HIFU) ที่ไหนก็เหมือนๆ กัน ไม่ใช่เรื่องจริง จะเลือกทำ ไฮฟู่ (HIFU) ให้ออกมาสวยถูกใจและสามารถแก้ปัญหาของคุณได้อย่างตรงจุด ต้องเลือกให้ดี โดยคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัย ได้แก่… 

  1. คลินิก – คลินิกที่เลือกรักษาต้องเชื่อถือได้ สะอาด มีมาตรฐาน 
  2. หมอ – คุณหมอที่ดูแลต้องมีเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ นอกเหนือจากนี้ ยังต้องพร้อมให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา ใส่ใจทุกรายละเอียด และที่สำคัญต้องสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และเลือกเทคนิค/วิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างดี และเหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยสำหรับการทำไฮฟู่ (HIFU) หมอจำเป็นจะต้องพิถีพิถันใส่ใจตั้งแต่การเลือกหัวยิง ปรับค่าพลังงาน และใช้จำนวนช็อตให้เหมาะสมกับปัญหา/บริเวณ เพื่อให้คนไข้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด และไฮฟู่ (HIFU) สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มที่
  3. ไฮฟู่ (HIFU) – นอกจาก ไฮฟู่ (HIFU) จะต้องเป็นเครื่องแท้แล้ว ยังต้องเป็นเครื่องที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก FDA หรือมาตรฐาน อย. จากประเทศต่างๆ รวมไปถึงต้องเลือกยี่ห้อที่ดี น่าเชื่อถือ มีหัวยิงครบ และเหมาะกับปัญหาที่คุณต้องการรักษา ซึ่ง Ve’anna clinic ใช้เครื่อง Contlex. HIFU นำเข้าจากประเทศเกาหลี ได้รับ อย.ไทย และ อย.เกาหลี ประสิทธิภาพของเครื่องสามารถยิงได้ถูกชั้น แก้ปัญหาได้ถูกจุด
  4. ราคา – ราคาการทำ ไฮฟู่ (HIFU) ต้องสมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงจนเกินไป โดยดูจากราคาต่อบริเวณว่าเหมาะสมไหม และใช้ช็อตคุ้มหรือไม่
  5. บริการและการดูแลหลังรักษา – คลินิกและทีมงานต้องพร้อมให้คำปรึกษา ทั้งการเตรียมตัวก่อนรับบริการ และการดูแลตัวเองหลังรับบริการ รวมไปถึงดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดให้คนไข้สะดวกสบายมากที่สุดตลอดการรักษาอีกด้วย

เลือกทำ ไฮฟู่ (HIFU) ต้องเลือกทำที่ Ve’anna Clinic เท่านั้น เพราะที่นี่เราพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ นอกเหนือจากนี้ หมอป๊อบและทีมงานให้คำปรึกษาฟรีแบบเคสต่อเคส และพร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิดในทุกๆ ขั้นตอน

 

สนใจสอบถามข้อมูล มีข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการ ไฮฟู่ (HIFU) หรือ ขอดูภาพรีวิวเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Ve’anna Clinic ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Facebook, Instagram และ LINE OA หรือโทร. 064-696-9693

ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIFU

ราคาการทำไฮฟู่ (HIFU) ที่ Ve’anna Clinic

ไฮฟู่ (HIFU) ราคา 12,900 บาท ทั่วใบหน้าและลำคอ โดยสามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ Ve’anna Clinic ก่อนทำได้ฟรี! 

แชร์บทความนี้

Ve’anna Clinic

115/7 ซอยรัชดา 32 (เข้าซอยรัชดา 36 แยก 19-1) ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

knowledge_hifu