Tel Line Messenger
ฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดีจริงไหม? ไขคำตอบทุกข้อสงสัย

หมอป๊อบ

หมอป๊อบ

20 มกราคม 22

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดีจริงไหม? ไขคำตอบทุกข้อสงสัย

ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือเรียกสั้นๆ ว่า HA ถูกผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติ เพื่อนำมาช่วยในการเพิ่มปริมาณเนื้อเยื่อเพื่อทดแทนคอลลาเจนให้ร่องที่ลึกกลับมาตื้น และเรียบเนียนเท่ากับบริเวณโดยรอบ พร้อมช่วยให้ดูเต็มและเต่งตึงมากขึ้น

 

ส่วนฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการแก้ปัญหาใต้ตาที่สามารถเห็นผลลัพธ์ชัดเจน และเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ โดยผิวใต้ตาที่เคยลึกหรือเป็นร่องจะอิ่มฟูขึ้นหลังจากฉีด นอกเหนือจากนี้ ฟิลเลอร์ยังช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิว ทำให้ผิวบริเวณนั้นชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน และลดรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแก้ไขได้ในเคสที่มีปัญหาใต้ตาลึกคล้ำ เป็นร่องลึก และมีริ้วรอย

สาเหตุของการเกิดปัญหาใต้ตาคืออะไร

 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดีจริงไหม? ไขคำตอบทุกข้อสงสัย
    • คนที่มีเบ้าตาลึกคล้ำ ตาดูโหล เกิดจากอายุที่มากขึ้น พันธุกรรม หรือโรคภูมิแพ้ ที่ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดติดขัด เส้นเลือดใต้ตาขยายตัว ทำให้ใต้ตาดำคล้ำลง รวมไปถึงการขยี้ตาจนติดเป็นนิสัย และการพักผ่อนน้อย
    • ร่องน้ำตาหรือร่องใต้ตาลึกชัด ลักษณะเป็นครึ่งวงกลมใต้ตา เกิดจากอายุที่มากขึ้น โดยส่วน Tear Through ที่อยู่ใกล้ร่องน้ำตา กับ Hollow Under Eye ตรงเบ้าตายุบตัวลง การสลายตัวของเนื้อเยื่อและไขมัน เมื่อเจอแสงเงายิ่งมองเห็นชัดเจนว่าตาโหล เบ้าตาลึก
    • ผิวดูเหี่ยวย่นจากริ้วรอย ดูไม่สดใส เกิดจากการแสดงออกของสีหน้า และการใช้งานหนักที่เกินไป จนทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนยาน และมีริ้วรอยใต้ตา
    • ใต้ตาดำคล้ำ เกิดจากอาการภูมิแพ้ หรือขยี้ตาจนติดเป็นนิสัย จนทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตามีรอยย่น
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดีจริงไหม? ไขคำตอบทุกข้อสงสัย

ยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่คุณหมอป๊อปเลือกใช้

สำหรับฟิลเลอร์ใต้ตา หมอป๊อปแนะนำยี่ห้อ Restylane Vital จากประเทศสวีเดน ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากแพทย์ทั่วโลก และผ่านการรับรองจาก FDA โดยรุ่น Vital มีส่วนผสมของยาชาอนุภาคเล็ก มีความนิ่มที่สุด เหมาะจะใช้สำหรับฉีดบริเวณรอบๆตา เพื่อแก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน

 

ฉีดฟิลเลอร์เทคนิคเข็มปลายทู่ดีกว่ายังไง?

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ มีความปลอดภัยมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มแหลมที่อาจแทงถูกเส้นเลือด จึงอาจจะทำให้เกิดเนื้อเน่าตาย หรือถึงขั้นตาบอดตามมาได้ อีกทั้งการใช้เข็มปลายทู่ยังเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณที่ต้องใช้ความละเอียด โดยจะใช้เข็มฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังเพียง 1-2 จุดเท่านั้น ต่างจากการฉีดด้วยเข็มแหลมซึ่งจำเป็นต้องฉีดเข้าสู่ผิวหนังหลายสิบจุด จึงช่วยให้มีรอยเปิดเข็มน้อย และมีโอกาสเกิดรอยเขียวซ้ำได้น้อยกว่านั่นเอง

ต้องฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ CC ถึงจะเห็นผล?

ส่วนใหญ่แล้วการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะใช้ปริมาณ CC เท่าไหร่นั้น หมอจะพิจารณาตามปัญหาของแต่ละเคส เพื่อให้เหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละคนมากที่สุด ซึ่งหากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาในปริมาณที่มาก หรือน้อยเกินไป อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ไม่ตรงตามความต้องการและยังไม่เป็นธรรมชาติอีกด้วย เช่น ใต้ตาเป็นก้อน บวม ย้อย หรือเห็นเป็นถุงใต้ตา ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะใช้ปริมาณไม่มากนัก เริ่มตั้งแต่ 1cc จนถึง 4cc เท่านั้น แต่ในเคสที่มีปัญหาใต้ตาลึก กระดูกใต้ตามีการยุบตัวลง หรือในเคสของคนที่มีอายุมาก ก็อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากกว่าปกติ

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดีจริงไหม? ไขคำตอบทุกข้อสงสัย
    • เติมเต็มให้ผิวใต้ตากลับมาอิ่มฟู
    • กลบข้อบกพร่อง ร่องลึก ใต้ดวงตา
    • ใต้ตาดูสดใสขึ้น ไม่โทรม ไม่ดูแก่กว่าวัย
    • ลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวบริเวณรอบดวงตาเรียบเนียนขึ้น 
    • ฟิลเลอร์จะช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิว ให้ผิวชุ่มชื้น
    • สามารถอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิด และรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้
    • สลายไปได้เองตามธรรมชาติ 100% โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง
    • ใช้เวลาในการทำไม่นาน เห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น

อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไม่ได้มาตรฐาน

ฟิลเลอร์ใต้ตา หากได้รับการฉีดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์ที่มีประสบการณ์ก็จะปลอดภัย และไม่ต้องกังวลถึงอันตรายที่ตามมา แต่ถ้าเลือกคลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือสารอื่นๆ ในการฉีดแทนฟิลเลอร์ใต้ตาแท้ที่ผ่าน อย. อาจจะมีความเสี่ยงถึงขั้นทำให้ตาบอดได้เลย เพราะสารเหล่านั้นสามารถไปอุดตันเส้นเลือดรอบๆ ดวงตา จนทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว หรือตาบอดได้ รวมไปถึงในบางเคสอาจจะเกิดการแพ้ฟิลเลอร์ โดยอาจจะมีอาการบวมแดงหลังจากฉีด ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการฉีดสลาย แต่อาการแพ้เหล่านี้ ก็สามารถพบได้น้อยมากๆ

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 

    • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างละเอียด ทำความเข้าใจถึง ข้อดี-ข้อเสีย ก่อนตัดสินใจทำ
    • เลือกคลินิกที่จะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่มีข้อมูลแพทย์ชัดเจน เปรียบเทียบราคาที่เหมาะสม และดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงจากคลินิกนั้นๆ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
    • ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibuprofen Diclofenac Ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาอยู่ก่อนที่จะหยุดยานั้นๆ
    • งดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    • งดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    • หากมีคอร์สทำหน้านวดหน้าหรือเลเซอร์ต่างๆ ที่ต้องทำเป็นประจำ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
    • หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำอื่นๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิด Cardio การดื่มแอลกอฮอล์
    • สามารถแต่งหน้ามาได้ เมื่อถึงคลินิกจะมีการทำความสะอาดบริเวณจุดที่จะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

 

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

    • อาจจะมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันในจุดที่ฉีด และจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2 – 3 วัน แต่หากหลังจาก 3 วัน มีการบวมมากขึ้น ผิวหนังเปลี่ยนสีหรือมีตุ่มหนอง ให้ติดต่อกลับมาที่คลินิกเพื่อประเมินอาการและรับยาในทันที
    • ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ควรหยุดยาเอง
    • อยู่ในที่มีอากาศเย็น ไม่ร้อนจนเกินไป ควรสวมหมวก กางร่ม หรืออุปกรณ์ป้องกันความร้อนสัมผัสใบหน้า
    • ใน 2-3 คืนแรก ควรนอนโดยใช้หมอนหนุนศีรษะอย่างน้อย 2 ใบ เพื่อให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหน้าอก งดการนอนตะแคง แนะนำให้ใช้หมอนมากันใบหน้าทั้งด้านซ้ายและขวาเพื่อป้องกันการกดทับบริเวณที่ฉีด
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 1.5 – 2 ลิตร เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
    • หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดที่ฉีด และห้ามปรับรูปทรงฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยตนเอง
    • ไม่ควรประคบเย็น หากมีอาการปวดมาก ควรปรึกษาแพทย์หรือประคบเย็นตามแพทย์สั่งเท่านั้น
    • งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน แต่สามารถล้างหน้า และแต่งหน้าได้ตามปกติ
    • งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน์น่า ออกกำลังกายหนักๆ หรือกิจกรรมที่ต้องอยู่หน้าเตาร้อนเป็นเวลานานๆ เป็นเวลา 3 วันหลังทำ
    • งดการนวดหน้า เลเซอร์ หรือหัตถการอื่นๆ บริเวณใบหน้าเป็นเวลา 14 วัน
    • หากต้องการจะทำเลเซอร์ร้อนลงผิวชั้นลึก RF หรือ Thermage ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือน

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดีจริงไหม? ไขคำตอบทุกข้อสงสัย
  1. ประเมินใบหน้า ปรึกษาจุดที่ต้องการแก้ไข และ วางแผนในฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  2.  ทำความสะอาดใบหน้า และเครื่องสำอางบนใบหน้า หลังจากนั้นจะมีการใช้อุปกรณ์เย็น เช่น ครีม หรือ ยา เพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  3. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ด้วยการใช้เข็มปลายทู่ เพื่อลดโอกาสการแทงเข็มเข้าสู่เส้นเลือด จึงทำให้ปลอดภัยมากขึ้น ช่วยให้ฉีดได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น และมีรอยเปิดเข็มน้อย พร้อมทั้งลดโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำหลังทำได้อย่างดี ทั้งนี้คุณหมอจะวิเคราะห์ปัญหาของแต่ละเคสประกอบด้วย เพื่อให้เลือกใช้เทคนิคการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด จึงสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำ 
  4. ทำความสะอาดรอยเข็มเล็กๆ ซึ่งบางท่านอาจมีเลือดออกเล็กน้อย จากนั้นจะพักพื่อประเมินความพึงพอใจหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วจะเป็นก้อนไหม?

หากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วเจอปัญหาเป็นก้อนบวม อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเลือกฟิลเลอร์ไม่ถูกรุ่นไม่เหมาะกับบริเวณที่ฉีด ใช้เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง ใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือแพทย์ที่ฉีดให้ไม่มีความชำนาญทางด้านการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามากพอ เพราะบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางมากเป็นพิเศษ และยังมีเส้นเลือดเยอะ จึงต้องระวังเป็นอย่างมากในการฉีด

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาการอยู่ของฟิลเลอร์นั้น ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้ ปริมาณ เทคนิคการฉีด และการดูแลตัวเองหลังการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นส่วนใหญ่จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลายตัวตามธรรมชาติ ก็สามารถมาเติมใหม่ได้ โดยไม่เป็นอันตราย

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ให้ปลอดภัย? Ve’anna Clinic มีคำตอบ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนตัดสินใจฉีด ก็ต้องเลือกคลินิกให้ดี เพราะบริเวณที่ฉีดอยู่ใกล้กับดวงตา ซึ่งเป็นบริเวณที่บอบบางมากๆ ฉะนั้นควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง สถานที่ต้องสะอาด มีพื้นที่และห้องหัตถการกว้างขวาง อยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก มองเห็นได้ง่าย และมีความน่าเชื่อถือ

 

ที่ Ve’anna Clinic เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำ และปรึกษาปัญหาที่ต้องการจะแก้ไขก่อนที่จะฉีดฟรี โดยทางคลินิกมีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ช่วยชะลอวัย คุณหมอมีความชำนาญในการใช้จำนวน cc ที่ไม่เยอะ แต่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ตามความต้องการคนไข้ ที่สำคัญคุณหมอมือเบามาก ไม่เจ็บ ไม่มีผลข้างเคียงหลังฉีด และไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีการติดตามผลหลังทำ และแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างละเอียด

 

สนใจสอบถามข้อมูล หรือขอดูภาพรีวิวเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Ve’anna Clinic ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Facebook, Instagram และ LINE OA หรือโทร. 064-696-9693

 

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ Ve’anna Clinic

แชร์บทความนี้

Ve’anna Clinic

115/7 ซอยรัชดา 32 (เข้าซอยรัชดา 36 แยก 19-1) ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

knowledge_filler